ดนตรีแจ๊ส คือ

ต้นกำเนิดของดนตรีแจ๊ส


อันที่จริงแล้วพวกมันเกิดมานานก่อนปี 1917 เสียอีก เพียงแต่ว่าพวกเรารู้จักมันในชื่ออื่น ดนตรีแจ๊สเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลยที่จะชี้แจงออกมาให้ผู้คนรู้เรื่องได้อย่างไม่ยากเย็นเมื่อครั้งที่โปรดิวเซอร์ชาวประเทศฝรั่งเศส Alex Duthilh ที่มีประสบการณ์มานานกว่า 20 ปี ให้คำอธิบายศัพท์ของมันเอาไว้ว่า “แจ๊สก็เปรียบได้กับผีดิบ ตั้งแต่พวกมันเกิดขึ้นมาก็ดูดเลือดเนื้อของดนตรีจำพวกอื่นมาหลายชั่วช้ารุ่น โดยยิ่งไปกว่านั้นประเภทที่หลายๆคนรัก

ถ้าหากให้กล่าวถึงนักเพลง JAZZ อาจจะไม่กล่าวถึง CONCHA BUIKA ซึ่งก่อนคุณจะมาเป็นนักร้องเพลง jazz คุณเคยเป็นนักคนตีกลองมาก่อนและก็เพลง JAZz เริ่มจากการนั่งพบปะ ซึ่งอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีโดยมากเป็น กลอง ซึ่งสร้างดนตรี JAZZขึ้น ก่อนจะถูกปล่อยมีอิสรภาพ จากการข้ารับใช้ ลักษณะดนตรีเป็นดนตรีสด ไม่มีแบบอย่างคงที่ โดยจังหวะที่สลับซับซ้อน การตะโกนตอบโต้ ถึงแม้ว่าเพลง JAzz จะเป็นดนตรีที่เล่นสด แต่ว่าจะมีท่วงทำนองหลักอยู่ในใจ เพลง JAZZ เริ่มจาเพลงของชนเผ่าแอฟริกัน ก็เลยทำให้ Concha buika เป็นนักร้องเพลง JAZZ ที่มีชื่อได้ แล้วก็คุณยังสามารถเขียนเพลง บทกลอนวรรณกรรม การเล่นดนตรี แนวดนตรีที่ CONCHA BUIKA เป็นแถวภาษาละติน JaZZ รวมทั้งดนตรีประจำถิ่นของชนเผ่าแอฟริกันตะวันตก ดนตรีเพลง JAZZ แบ่งออกมาเป็น 9 สมัย ซึ่งแต่ละสมัยจะเพิ่มจุดสนใจเยอะขึ้น ซึ่งเพลง JAzZ เป็นดนตรีของอเมริกัน แล้วก็ดนตรีจากยุโรป จากแรคไทม์ รวมทั้งบลูส์ เพลง JAZZ มีพัฒนาการขึ้น แต่กำเนิดที่เมืองนิวออลีนส์ ของเพลง JAZZ สมัยนั้นเรียกว่าดิกซีแลนด์



พวกมันออกไปโลดแล่นในช่วงกลางคืน อุตสาหะปรับพฤติกรรมให้กับสิ่งแวดล้อม ทำให้มองเห็นวงดนตรีแจ๊สหลายขนาด ตั้งแต่ผู้เล่นลำพัง กรุ๊ปเล็ก 2 – 3 คน หรือกรุ๊ปใหญ่ พวกมันเสมือนมีชีวิตที่เป็นอมตะ พวกมันจะกลับมาทุกๆเวลา 10 ปี เมื่อใดก็ตามมันกลับมาก็จะทรงประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าทุกคราวเป็นแบบงี้อยู่ตลอดไป บางครั้งบางคราวดนตรีแจ๊สถูกรู้สึกว่าเป็นคู่แข่งระหว่างดนตรีแอฟริกัน ซึ่งถูกนำเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยข้ารับใช้

ดนตรีประเภทนี้คนจำนวนไม่น้อยคิดว่ามันเป็นราวกับผู้ต่ำช้า ที่ไม่ใช่ทั้งยังพระราชโอรสหรือทหารกล้า มันมิได้เกิดมาในสถานที่สวยงาม ในทางตรงกันข้ามมันอยู่ในบาร์ที่นิวออร์ลีนส์เมืองท่าที่รู้จักกันในชื่อซ่องโสเภณีรวมทั้งมิจฉาชีพ ด้วยเพลงที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นการสนองตอบต่อความมุ่งมาดปรารถนาของคนที่อยากได้ทอดทิ้งตัวเอง เพื่อจะพวกเขาจะได้เมาจนถึงลืมโลก ในเวลาที่มันก็ยังมีกลิ่นที่เป็นเสน่ห์ที่หลายๆคนพอใจมานั่งฟังในเวลากลางคืน

แม้กระนั้นมันก็ไม่ใช้ว่าจะง่ายเท่านั้น เนื่องจากว่ามันมีต้นแบบมาจากทุกแนวเพลง มันยังคงปรับปรุงแล้วก็ซับชนิดอื่นๆตลอดประวัติศาสตร์แม้แจ๊สในปี 1920 จะเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของคนผิวหมึก ในเพลงอย่าง Go Down Moses แล้วก็ Let My People Go โดย Louis Armstrong ตอนนี้พวกเขายังคงฝึกซ้อมดนตรีของตนถัดไปโดยตลอด มีการปรับปรุง ตรวจวัสดุของพวกเขาการ สร้างหรือเปลี่ยนแปลงวงดนตรีข รวมทั้งการผสมแนวเพลงเพื่อความมีชีวิตรอด ปรับพฤติกรรมเพื่อสามารถตกทอดถัดไป